บางทีคำว่าปรากฏการณ์ กับคริสเตียโน โรนัลโด้ อาจจะไม่ใช่การเปรียบเทียบที่ถูกต้องเท่าไรนัก
หมอนี่เป็นมากกว่าปรากฏการณ์
ณ วินาทีนี้ ปีกชาวโปรตุเกสวัย 23 ปี แห่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ขึ้นแท่นเป็นนักเตะที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกแห่งวงการลูกหนังเรียบร้อยแล้ว
ด้วยฟอร์มการเล่น ทักษะ ความสามารถ อิทธิพลที่มีต่อทีม และจำนวนการทำประตูในระดับที่ศูนย์หน้ายังต้องอายในรอบ 2 ปี ที่ผ่านมา พิสูจน์ข้อยืนยันข้อนี้ได้เป็นอย่างดี
ใช่เลย หมอนี้คือสมบัติล้ำค่า
สมบัติที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และแมนฯ ยูไนเต็ด หวงราวกับไข่ในหิน ซึ่งการประคบประหงม และการดูแลแบบปกป้องเต็มรูปแบบ ตลอดเวลาที่เจ้าตัวอยู่ที่แมนเชสเตอร์ บ่งบอกได้ทุกอย่าง ไม่เชื่อคุณลองถาม ฟาน นิสเตลรอย ได้เลย
แต่สิ่งที่ทุกคนคาดไว้ และกลัวว่าจะเกิดขึ้น ก็บังเกิดมีขึ้นจนได้
เปล่าเลย ที่ว่านี้ ไม่ใช่เรื่องที่ว่า จะมีสโมสรระดับยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย (ขออนุญาตนับ รีล มาดริด) เข้ามาติดต่อซื้อขาย เพื่อกระชากตัวเจ้าของฉายา เจ๊ทโด้ ไปเล่นให้ เพราะนักเตะอย่างเขา ใครๆ ก็ต้องอยากได้เป็นธรรมดา
แต่แท้จริงแล้ว เป็นเรื่องภายในจิตใจของโรนัลโด้ เองนี่แหละครับ
สิ่งที่แฟนบอลหวาดหวั่นกับข่าวของโรนัลโด้ มากกว่าปกติ นั่นเป็นเพราะว่า โรนัลโด้ ที่ทุกคนรู้จัก ไม่ใช่นักเตะที่พร้อมจะอยู่กับสโมสรใดสโมสรหนึ่งไปชั่วชีวิต หรือทำทุกอย่างให้มันชัดเจน
ไม่ว่าจะเรื่องการให้ความเห็นกับสื่อ หรือพฤติการณ์ประกอบภายนอกต่างๆ ซึ่งต้องบอกเลยว่า เมื่อเทียบกับ กรณี รอย คีน ที่ค้างคากับการเจรจาสัญญาใหม่อยู่นานเมื่อหลายปีก่อนนั้น หรือกรณีคนอื่นๆ ก็ไม่เคยทำให้เหล่าสาวก เรด อาร์มี่ หนักใจเท่ากรณีของเจ้าหนูโด้
และกับท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ ท่ามกลางข่าวลือต่างๆ ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนจะออกได้ 2 หน้าตลอด หลายคนก็คิดไปแล้วว่า ศึกชิงถ้วยยุโรปที่ชนะจุดโทษเชลซี คือนัดสุดท้ายของเจ้าหนูโด้ในสีเสื้อ แมนฯ ยูไนเต็ด
ไม่แปลกที่โรนัลโด้ อยากจะย้ายทีม เขามีความฝันที่จะไปค้าแข่งที่สเปน เขาอยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ด มาหลายปี คว้าแชมป์ประดับสโมสรมามากมาย กล่าวได้เลยว่า ไม่ว่าจะรางวัลส่วนตัวหรือถ้วยในระดับเมเจอร์ใหญ่หรือถ้วยระดับเล็กอย่าง คาร์ลิ่ง คัพ
เขาคว้ามาได้หมดแล้ว
แน่นอนคำว่า “จุดอิ่มตัว” ต้องถูกนำมาพูดถึง
แต่กลับกัน เขาต้องรู้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเขาให้เป็นยอดนักเตะระดับโลก เซอร์ อเล็กซ์ อดทน และให้โอกาสเขาหลายปี และต้องรับแรงกดดันจากเสียงวิจารณ์ต่างๆ นาๆ ที่ประดังเข้ามา ถือได้ว่าเขาติดหนี้บุญคุณของสโมสร และกุนซือคนนี้ ซึ่งบางทีการลงเล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ด จนกระทั่งแขวนสตั๊ต อาจจะเป็นการตอบแทนบุญคุณที่สมเหตุสมผล
ด้วยเหตุนี้ มันจึงเป็นการต่อสู้ระหว่าง “ความฝัน” และ “หนี้บุญคุณ”
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่า โรนัลโด้ จะเลือกเส้นทางของตัวเองในรูปแบบไหน เขาจะอยู่ยูไนเต็ด เพื่อสร้างตำนาน หรือไปหาความท้าทายใหม่ที่สเปน
ไปหาความท้าทาย..ที่เบอร์นาบิว
แต่สำหรับผู้เขียน เขาคือยอดนักเตะระดับโลก เขาคือคนที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด ตลอดเวลาที่ผ่านมา
จั่วหัวคอลัมน์ไปว่า Realnaldo หลายคนคงคิดว่าผู้เขียนคงอยากให้เจ๊ทโด้ ย้ายไปสเปนเสียเต็มประดา
แต่จริงๆ แล้ว
เขาคือ “ของจริง” ที่จะอยู่ในใจพวกเราตลอดไป ต่างหากล่ะ
“Real”naldo
Putt_Hub^^
2001-2024 RED ARMY FANCLUB Official Manchester United Supporters Club of Thailand. #ThaiMUSC